|
ลักษณะ
4
มาตรา
80 ในการปฏิบัติการตามหน้าที่
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้
(1)
เข้าไปในสถานประกอบการหรือสำนักงานของนายจ้าง
สถานที่ทำงานของลูกจ้าง
ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้น
(2)
ค้นสถานที่หรือยานพาหนะใด
ๆ
ที่มีข้อสงสัยโดยมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งไม่นำส่ง
(3)
มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ
หรือให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
หรือสิ่งอื่นที่จำเป็นมา
(4)
ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของนายจ้างตามคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา
50 ในกรณีที่นายจ้างไม่นำส่งเงินสมทบ
มาตรา
81 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
80 ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก
มาตรา
82 ในการปฏิบัติหน้าที่
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัว
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่
ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา
83 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา
84 เพื่อประโยชน์ในการตรวจตราและควบคุมงานอันเกี่ยวกับการประกันสังคม
ให้นายจ้างจัดให้มี
ทะเบียนผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ
กำหนด
มาตรา
84 ทวิ
กำหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา
39 มาตรา 45 มาตรา
47 มาตรา 47 ทวิ
และมาตรา 56 ลักษณะ
5
มาตรา
85 นายจ้าง
ผู้ประกันตน
หรือบุคคลอื่นใด
ซึ่งไม่พอใจในคำสั่งของเลขาธิการหรือของพนักงานเจ้าหน้าที่
หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา
86 ให้มีคณะกรรมการอุทธรณ์คณะหนึ่งซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน ผู้ทรงคุณวุฒิทางการแรงงาน ผู้แทนฝ่ายนายจ้างสามคนและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างสามคน และให้ผู้แทนสำนักงานเป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งทั้งคณะมีจำนวนรวมกันไม่เกินสิบสามคน
เมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วให้แจ้งคำวินิจฉัยนั้นเป็นหนังสือให้ผู้อุทธรณ์ทราบ
มาตรา
88 การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งการ ้
การประชุมของคณะอนุกรรมการ
ให้นำความในมาตรา
13 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา
90 ให้กรรมการอุทธรณ์อยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้ง
มาตรา
91 ให้นำบทบัญญัติมาตรา
11 มาตรา 12 มาตรา
13 และ
มาตรา 17 มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการ ลักษณะ
6
มาตรา
92 ผู้ใดไม่ให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสาร
หลักฐาน
หรือข้อมูลที่จำเป็นตามคำสั่งของคณะกรรมการ
มาตรา
93 ผู้ใดโดยเจตนาไม่กรอกรายการในแบบสำรวจ
กรอกรายการในแบบสำรวจไม่ครบถ้วน
หรือไม่
มาตรา
94 ผู้ใดกรอกข้อความหรือตัวเลขในแบบสำรวจโดยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
มาตรา
95 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา
32 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
หกเดือนหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา
96 นายจ้างผู้ใดโดยเจตนาไม่ยื่นแบบรายการต่อสำนักงานภายในกำหนดเวลาตามมาตรา
34 หรือไม่แจ้ง
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดต่อเนื่อง
ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน
มาตรา
97 นายจ้างผู้ใดยื่นแบบรายการตามมาตรา
34 หรือ
แจ้งเป็นหนังสือขอเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติม
มาตรา
98 ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการ
มาตรา
99 นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา
84 ต้องระวางโทษ
จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา
100 ผู้ใดเปิดเผยข้อเท็จจริงใดเกี่ยวกับกิจการของนายจ้าง
อันเป็นข้อเท็จจริงที่ตามปกติวิสัยของนายจ้าง
มาตรา
102 ถ้าเจ้าพนักงานดังต่อไปนี้เห็นว่าผู้กระทำผิดไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุกหรือไม่ควรถูกฟ้องร้อง
(1)
เลขาธิการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย
สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร
(2)
ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย
สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น
ในกรณีที่มีการสอบสวน
ถ้าพนักงานสอบสวนพบว่าบุคคลใดกระทำความผิด
ตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษอยู่ในเกณฑ์
ถ้าผู้กระทำผิดไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบ
หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระ
เงินค่าปรับภายในกำหนดเวลาตามวรรคสาม บทเฉพาะกาล
มาตรา
103 ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับแก่กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ยี่สิบคนขึ้นไปนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
พระราชบัญญัตินี้จะใช้บังคับแก่นายจ้างที่มีลูกจ้างน้อยกว่าสิบคนในท้องที่ใดและเมื่อใด
ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
มาตรา
104 ให้ดำเนินการจัดเก็บเงินสมทบเพื่อการให้ประโยชน์
ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
การจัดเก็บเงินสมทบเพื่อการให้ประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร
และกรณีชราภาพ
จะเริ่มดำเนินการเมื่อใด
พลเอก
ชาติชาย
ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี |
|
|
คณะบุคคลตระกูลไฮเทค
เซลส์แอนด์เซอร์วิส บริหารโดย
คุณตระกูล ไอยะรา โทรศัพท์
02-2747681 0 1-9895257 01-4046650
โทรสาร:02-2747680
|
|
|
|