|
หมวด
2
มาตรา 46
ให้รัฐบาล
นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา
33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนฝ่ายละเท่ากันตามอัตราที่กำหนดใน
มาตรา
47 ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง
ให้นายจ้างหักค่าจ้างของ
ผู้ประกันตนตามจำนวนที่ต้องนำส่งเป็นเงินสมทบ
ให้นายจ้างนำเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนที่ได้หักไว้ตามวรรคหนึ่ง
และเงินสมทบในส่วนของนายจ้าง
ส่งให้แก่สำนักงาน
ในกรณีที่นายจ้างนำเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนหรือเงินสมทบในส่วนของนายจ้างส่งให้แก่สำนักงานเกินจำนวน
มาตรา
47 ทวิ ในกรณีที่นายจ้างไม่นำส่งเงินสมทบหรือนำส่งไม่ครบตามกำหนดเวลาในมาตรา
47 วรรคสอง
ให้พนักงาน
มาตรา
48 ในกรณีที่ผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างหลายรายให้
นายจ้างทุกรายมีหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรา
46 และมาตรา
47
มาตรา
49 นายจ้างซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบในส่วนของตนหรือในส่วนของผู้ประกันตน
หรือส่งไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กำหนด
มาตรา
50 เลขาธิการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ยึด
อายัด
และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบและ
หรือเงินเพิ่ม
หรือนำส่งไม่ครบจำนวนตามมาตรา
49 ทั้งนี้
เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อให้ได้รับเงินที่ค้างชำระ
การมีคำสั่งให้ยึด
อายัด
หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง
จะกระทำได้ต่อเมื่อได้ส่งคำเตือนเป็นหนังสือ
หลักเกณฑ์และวิธีการยึด
อายัด
และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
ทั้งนี้
ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดดังกล่าวให้หักไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการยึด
อายัด
และขายทอดตลาด
และชำระเงินสมทบและเงินเพิ่ม
มาตรา
52 ในกรณีที่นายจ้างเป็นผู้รับเหมาช่วง
ให้ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปหากมีตลอดสายจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นร่วมรับผิด
มาตรา
53 ให้นำบทบัญญัติมาตรา
49 มาตรา 50 และมาตรา
51 มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่ผู้รับเหมาช่วงตามมาตรา
52 ซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบ
หรือส่งไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กำหนด ลักษณะ
3 หมวด
1
มาตรา
54
ผู้ประกันตนหรือบุคคลตามมาตรา
73 มีสิทธิได้รับ
ประโยชน์ทดแทนจากกองทุน
ดังต่อไปนี้
(1) ประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
(2)
ประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตร
(3)
ประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ
(4)
ประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย
(5)
ประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร
(6)
ประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
(7)
ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน
ยกเว้นผู้ประกันตนตาม
มาตรา 39
มาตรา
55 ในกรณีที่นายจ้างได้จัดสวัสดิการเกี่ยวกับกรณีประสบ
อันตรายหรือเจ็บป่วย
หรือกรณีทุพพลภาพ
หรือกรณีตายอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน
หรือกรณีคลอดบุตร
หรือกรณีสงเคราะห์บุตร
หรือกรณีชราภาพ
หรือ
กรณีว่างงาน
ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตน
ตามมาตรา 33 ที่เข้าทำงานก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ถ้าสวัสดิการนั้นมีกรณีใดที่จ่ายในอัตราสูงกว่าประโยชน์ทดแทนตามพระราชบัญญัตินี้
ให้
นายจ้างนั้นนำระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับ
การขอลดส่วนอัตราเงินสมทบและการพิจารณาหักส่วนลดอัตราเงินสมทบ
ตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ
และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา
56 ผู้ประกันตนหรือบุคคลอื่นใดเห็นว่าตนมีสิทธิได้รับประโยชน์
ทดแทนในกรณีใดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา
54 และประสงค์จะขอรับประโยชน์
ทดแทนนั้น
ให้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนต่อสำนักงานตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนด
ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีสิทธิขอรับประโยชน์ทดแทนนั้น
และให้เลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายพิจารณาสั่งการโดยเร็ว
ประโยชน์ทดแทนตามวรรคหนึ่งที่เป็นตัวเงิน
ถ้าผู้ประกันตนหรือบุคคลซึ่ง
มีสิทธิไม่มารับภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
มาตรา
57 การคำนวณค่าจ้างรายวันในการจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ให้แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา
33 ให้คำนวณโดยนำค่าจ้างสามเดือนแรกของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบที่นายจ้างนำส่งสำนักงานแล้วย้อนหลังเก้าเดือน
หารด้วยเก้าสิบ
แต่ถ้าผู้ประกันตนมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าถ้านำค่าจ้างของสามเดือนอื่นในระยะเวลาเก้าเดือนนั้นมาคำนวณแล้วจะมีจำนวน
สำหรับการคำนวณค่าจ้างรายวันในการจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้
ให้แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา
39 นั้น
ให้คำนวณโดยเฉลี่ยจากจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบตามมาตรา
39 วรรคสอง
มาตรา
58 การรับประโยชน์ทดแทนตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่
เป็นบริการทางการแพทย์
ผู้ประกันตนหรือคู่สมรสของผู้ประกันตนจะต้อง
รับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลตามมาตรา
59
รายละเอียดและเงื่อนไขเกี่ยวกับบริการทางการแพทย์ที่ผู้ประกันตนหรือคู่สมรสของผู้ประกันตนจะได้รับ
ให้เป็นไปตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา
59 ให้เลขาธิการประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขต
ท้องที่และชื่อสถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนหรือคู่สมรสของผู้ประกันตนมีสิทธิไปรับบริการทางการแพทย์ได้
ผู้ประกันตนหรือคู่สมรสของผู้ประกันตนซึ่งมีสิทธิได้รับบริการทาง
การแพทย์
ถ้าทำงานหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตท้องที่ใดให้ไปรับบริการทาง
การแพทย์จากสถานพยาบาลตามวรรคหนึ่งที่อยู่ในเขตท้องที่นั้น
ในกรณีที่ผู้ประกันตนหรือคู่สมรสของผู้ประกันตนไปรับบริการทาง
การแพทย์จากสถานพยาบาลอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในวรรคสอง
ให้ผู้ประกันตน
มีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่ต้องจ่ายให้แก่สถานพยาบาลอื่นนั้นตามจำนวนที่สำนักงานกำหนด
โดยคำนึงถึงสภาพของการประสบอันตราย
หรือเจ็บป่วย
การคลอดบุตร
สภาพทางเศรษฐกิจของแต่ละเขตท้องที่
และลักษณะ
ของการบริการทางการแพทย์ที่ได้รับ
ทั้งนี้
จะต้องไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา
60 ในกรณีที่ผู้ประกันตนหรือคู่สมรสของผู้ประกันตนไปรับ
บริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลแล้วละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ
หรือคำสั่งของแพทย์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
เลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการ
มอบหมายจะสั่งลดประโยชน์ทดแทนก็ได้
ทั้งนี้
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการแพทย์
มาตรา
61 ผู้ประกันตนหรือบุคคลตามมาตรา
38 วรรคสอง
มาตรา 73 หรือมาตรา
73 ทวิ
ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน
มาตรา
61 ทวิ
ในกรณีที่ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาด
รายได้ตามมาตรา
64 และมาตรา
71 หรือเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการ
คลอดบุตรตามมาตรา
67 ในเวลาเดียวกัน
ให้มีสิทธิขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้หรือเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรในประเภทใดประเภท
หนึ่งได้เพียงประเภทเดียว
โดยให้แสดงความจำนงตามแบบที่เลขาธิการกำหนด |
|
|
คณะบุคคลตระกูลไฮเทค
เซลส์แอนด์เซอร์วิส บริหารโดย
คุณตระกูล
ไอยะรา โทรศัพท์
02-2747681 0 1-9895257 01-4046650
โทรสาร:02-2747680
|
|
|
|