|
2.
กำหนดความรับผิดชอบในการจัดทำบัญชี
กำหนดความรับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของธุรกิจ โดยแบ่งแยกหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างผู้มีหน้าที่จัดทำ
บัญชีและผู้ทำบัญชีอย่างชัดเจน
ดังนี้
2.1
ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
หมายถึง
ผู้มีหน้าที่จัดให้มีการทำบัญชี
โดยมีหน้าที่ตามกฎหมาย
ดังนี้
2.1.1
ต้องจัดให้มีการทำบัญชีให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดนับแต่วันเริ่มทำบัญชี
2.1.2
ต้องส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้แก่ผู้ทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนเพื่อให้บัญชี
ที่จัดทำขึ้น
สามารถแสดงผลการดำเนินงาน
ฐานะการเงิน
หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตาม
ความเป็นจริงและตาม
มาตรฐานการบัญชี
ซึ่ง มาตรฐานการบัญชี
หมายถึงหลักการบัญชีและวิธีปฏิบัติทาง
การบัญชีที่รับรองทั่วไป
หรือ
มาตรฐานการบัญชีที่กำหนดตามกฎหมาย
โดยในระหว่างที่ยังไม่มีมาตรฐาน
การบัญชีที่กฎหมายกำหนด
ให้ถือว่า
มาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดย
สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับ
อนุญาตแห่งประเทศไทย
ซึ่งคณะกรรมการ
ควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีได้มีมติให้ประกาศใช้แล้ว
เป็นมาตรฐานการบัญชี ทั้งนี้
อธิบดีมีอำนาจประกาศ
กำหนดข้อยกเว้นให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีไม่ต้องปฏิบัติ
ตามมาตรฐานการบัญชีีในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง
2.1.3
ต้องปิดบัญชีและจัดทำงบการเงินโดยมีรายการย่อตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
โดยความเห็นชอบ
ของรัฐมนตรี
พร้อมทั้งยื่นงบการเงินต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่ซึ่งงบการเงิน
หมายถึง รายงานผลการ
ดำเนินงาน
ฐานะการเงิน
หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของกิจการ
ไม่ว่าจะ
รายงานโดยงบดุล
งบกำไรขาดทุน
งบกำไรสะสม
งบกระแสเงินสด
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของ
ผู้ถือหุ้น
งบประกอบ หรือหมายเหตุประกอบ
งบการเงิน
หรือคำอธิบายอื่นซึ่งระบุไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่ง
ของงบการเงิน
2.1.4
ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
เว้นแต่่
งบการเงิน
ของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
ที่มีทุน
สินทรัพย์
์
หรือรายได้
รายการใดรายการหนึ่งหรือทุกรายการไม่เกินที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
ไม่ต้องจัด
ให้มีผู้สอบบัญชี
รับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินได้
้
2.1.5
ต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้
ณ สถานที่ทำการหรือสถานที่
ที่ใช้เป็น
ที่ทำการผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำ
หรือสถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำงานเป็นประจำ
โดยเก็บไว้เป็นเวลา
ไ ม่น้อยกว่า 5
ปี
ทั้งนี้อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีจะกำหนด
ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีสำหรับ
กิจการบางประเภทเก็บรักษา
บัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้เกินห้าปีแต่ต้องไม่เกินเจ็ดปีได้
2.1.6
ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด
โดยต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีดังกล่าว
ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
ในกรณีที่มีความจำเป็นอธิบดีโดยความเห็นชอบของ
รัฐมนตรีจะขยายกำหนดระยะเวลาออกไปอีกได้แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปี
ถ้าผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเป็นบุคคล
ธรรมดา
จะเป็นผู้ทำบัญชีสำหรับกิจการของตนเองก็ได้
้
2.1.7
มีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ทำบัญชีให้จัดทำบัญชีให้ตรงต่อความเป็นจริงและถูกต้องตามกฎหมาย
2.2
ผู้ทำบัญชี
หมายถึง
ผู้รับผิดชอบในการทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างของ
ผู้มี
หน้าที่
ี่จัดทำบัญชีหรือไม่ก็ตาม
โดยผู้ทำบัญชีจะต้องมีคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีตามที่อธิบดี
ประกาศกำหนด
ทั้งนี้หากผู้ใดเป็นผู้ทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ไม่
น้อยกว่าห้าปี
แต่ไม่มีคุณสมบัติของการเป็นผู้ทำบัญชีตามที่อธิบดีกำหนด
หากประสงค์จะเป็นผู้ทำบัญชีตาม
พระราชบัญญัติ
นี้ต่อไป ให้ผู้ทำบัญชีนั้นแจ้งต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์
วิธีการ
และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดภายใน
หกสิบวันนับแต่วันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และเมื่อผู้นั้นเข้ารับการอบรมและสำเร็จการอบรมตามหลักเกณฑ์
วิธีการและระยะเวลา
ที่อธิบดีประกาศกำหนดแล้ว
ให้ผู้นั้นเป็นผู้ทำบัญชีต่อไปได้เป็นเวลาแปดปีนับแต่วันที่ี่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ผู้ทำบัญชีมีหน้าที่ตามกฎหมาย
ดังนี้
2.2.1
ต้องจัดทำบัญชีเพื่อให้มีการแสดงผลการดำเนินงาน
ฐานะการเงิน
หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงิน
ของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี
โดยมีเอกสารที่ต้องใช้
้
ประกอบการลงบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วน
ในการจัดทำบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีนั้น
อธิบดี
มีอำนาจประกาศกำหนดข้อยกเว้นให้ผู้ทำบัญชีไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง
2.2.2
ในการลงรายการในบัญชี
ผู้ทำบัญชีต้องลงรายการเป็นภาษาไทย
หากลงรายการเป็นภาษาต่างประเทศ
ให้มีภาษาไทยกำกับ
หรือลงรายการเป็นรหัสบัญชีให้มีคู่มือคำแปลรหัสที่เป็นภาษาไทยไว้รวมทั้งต้องเขียน
ด้วยหมึก
พิมพ์ดีด
ตีพิมพ์
หรือทำด้วยวิธีอื่นใดที่ได้ผลในทำนองเดียวกัน
|